เมียทะเลาะผัว ฉุนแจ้งครอบครองปืนเถื่อน ตร.ออกอุบายจับคาหนังคาเขา

Loading...

เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม ที่สน.บึงกุ่ม พ.ต.อ.สุพล ค้ำชู รอง ผบก.น.4 ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ธีรยุทธ ใหม่แปง ผกก.สน.บึงกุ่ม พ.ต.ท.คณพัฒน์ พาหุมันโต รอง ผกก.สส.สน.บึงกุ่ม และพ.ต.ต.สมใจ รอดใจ สว.สส.สน.บึงกุ่ม ร่วมกันนำกำลังตำรวจ ฝ่ายสืบสวน สน.บึงกุ่ม จับกุมตัว นายสุรเชษฐ หรือบังลิฟ บุญเสือ อายุ 40 ปี อาชีพเปิดร้านรับเหมาติดตั้งกระจก พร้อมของกลางอาวุธปืนพกสั้น ขนาด .38 ไทยประดิษฐ์ จำนวน 1 กระบอก อาวุธปืนพกสั้น(ปืนลูกซองสั้น) ไทยประดิษฐ์ จำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืน ขนาด .38 จำนวน 12 นัด เครื่องกระสุนปืนลูกซอง ขนาดเบอร์ 12 ยี่ห้อ CHEDDITE จำนวน 22 นัดใส่อยู่ในกล่องกระดาษสีดำ กระเป๋าสำหรับใส่อาวุธปืน เครื่องกระสุนปีนสีดำ จำนวน 1 ใบ และซองปืน(ซองอ่อน) จำนวน 1 ซอง โดยสามารถจับกุมได้ที่บ้านเลขที่ 78/44 ซอยเสรีไทย 29-31 ถนนเสรีไทย แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ

สืบเนื่องจากตามที่ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้มีคำสั่ง ให้ระดมกวาดล้างอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืน ที่ผิดกฎหมาย เนื่องด้วยเกรงจะนำมาใช้ก่อเหตุอาชญากรรม ที่ส่งผลกระทบกับประชาชนให้หมดไป โดยกรณีดังกล่าว ก่อนหน้านี้ทางตำรวจได้รับแจ้งจากแฟนสาวของผู้ต้องหา หลังจากได้ทะเลาะกันมา จึงให้เบาะแสตำรวจว่า มีอาวุธปืนเถื่อน หรืออาวุธปืนที่ไม่มีใบอนุญาติไว้ในครอบครอง ทางตำรวจจึงรวบรวมเป็นหลักฐาน ต่อมาได้ขออนุมัติหมายค้นบ้านหลังดังกล่าว

จากนั้น พ.ต.ต.สมใจ จึงวางแผน และนำกำลังไปสังเกตการณ์บริเวณหน้าบ้านหลังนี้ โดยทาง พ.ต.ต.สมใจ ใช้อุบายโทรศัพท์ ทำทีจะติดต่อขอว่าจ้างให้ผู้ต้องหารายนี้ ไปติดตั้งกระจกที่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง โดยจะขอมาพูดคุยเจรจาว่าจ้างที่บ้านหลังนี้ ทำให้ผู้ต้องหารีบตอบกลับทันทีว่า “ขอเวลาแต่งตัวสักครู่” เมื่อเจ้าตัวมาที่หน้าบ้านเพื่อเตรียมพูดคุยกับลูกค้า ที่หวังว่าจะได้ค่าจ้างจำนวนมาก ถึงกลับหน้าเสีย เพราะกลายเป็นทางตำรวจมารออยู่หน้าบ้านแทน จากนั้นได้นำตำรวจเข้าตรวจค้นภายในบ้าน พบของกลางทั้งหมด ก่อนควบคุมตัวสอบสวน ที่สน.บึงกุ่ม

สอบสวน ผู้ต้องหา ให้การยอมรับสารภาพ ว่า สมัยเรียนอยู่โรงเรียนอาชีวะแห่งหนึ่งย่านบางกะปิ ตนเคยเป็นหัวหน้าสาย ซึ่งทำหน้าที่คอยคุ้มกันน้องๆ เวลาเดินทางไป-กลับบ้านพัก และมักจะต้องพกอาวุธปืนไว้ป้องกันตัวตลอดเวลา ประกอบกับชื่นชอบสะสมอาวุธปืนไว้ ซึ่งอาวุธปืนทั้ง 2 กระบอกนี้ ตนได้สั่งซื้อผ่านทาง เฟซบุ๊ก โดยอาวุธปืน ขนาด .38 ซื้อมาในราคา 13,000 บาท ส่วนอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ซื้อมาในราคา 7,000 บาท เมื่อได้รับสินค้าแล้ว เจ้าของร้านก็ปิดเฟซบุ๊กหนีทันที ซึ่งเจ้าตัวรับว่าไม่ได้ตั้งใจจะนำมาใช้ก่อเหตุแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตามทางตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ ต้องทำการสอบสวนอย่างละเอียด ตลอดจนต้องนำอาวุธปืน พร้อมเครื่องกระสุนปืน ไปตรวจสอบว่าเคยใช้นำไปก่อเหตุที่ใดหรือไม่ เบื้องต้นแจ้งข้อหา “มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.บึงกุ่ม ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Loading...