รู้หรือไม่ จำนวนปืนถูกกฎหมายในประเทศไทยทั้งหมดมีประมาณกี่กระบอก

รู้หรือไม่ จำนวนปืนถูกกฎหมายในประเทศไทยทั้งหมดมีประมาณกี่กระบอก

จำนวนปืนในประเทศไทย

ราชกิจจานุเบกษาได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว โดยปรากฏอยู่ใน “กระทู้ถามที่ 558 ร.” ที่ นายวัชระ เพชรทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ สอบถามนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมการซื้อกระสุนปืน

โดยนายวัชระกล่าวว่า เนื่องด้วยปัญหาอาชญากรรมในประเทศไทยได้เพิ่มขึ้นมากอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะมีการปล้นร้านทองมากขึ้น และมีหลายคดีที่ไม่สามารถติดตามพยานหลักฐานได้ เนื่องจากในปัจจุบันมีการจำหน่ายกระสุนปืนแต่ละชนิดอย่างเสรี ซึ่งเป็นมูลเหตุอย่างหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาสังคมอื่นๆ ได้ ดังนั้น รัฐบาลจึงควรมีการควบคุมการจำหน่ายกระสุนปืนอย่างเข้มงวด ทั้งการซื้อ การใช้ด้วยการมีบาร์โค้ดเพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ หากกระสุนปืนถูกเก็บได้จากการใช้แล้วเพราะจะทำให้สามารถติดตามได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ทั้งยังเป็นการแก้ปัญหาการก่ออาชญากรรมได้อีกด้วย

ด้วยเหตุผลดังกล่าว จึงขอสอบถามใน 3 ประเด็น

1.ปัจจุบัน กระทรวงมหาดไทย (มท.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามการจำหน่ายกระสุนปืนอย่างไร และตั้งแต่ปี 2550-2554 ร้านจำหน่ายกระสุนปืนได้แจ้งจำนวนกระสุนปืนที่จำหน่ายแต่ละประเภทเป็นจำนวนเท่าใด

2.มท.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีนโยบายการใช้บาร์โค้ดกำกับการซื้อกำกับการซื้อกระสุนปืนเพื่อป้องกันอาชญากรรมหรือไม่ อย่างไร และขอทราบสถิติร้านจำหน่ายปืนตั้งแต่ปี 2553-ปัจจุบัน ว่ามีจำนวนเท่าไร มีการอนุมัติเพิ่มมากขึ้นปีละกี่ร้าน และมีหลักเกณฑ์อย่างไร

และ 3.ขอทราบรายละเอียดอาวุธปืนทั่วประเทศทั้งหมดที่อนุญาตให้ครอบครอง ว่ามีกี่ชนิด กี่ประเภท เป็นจำนวนเท่าใด ตั้งแต่ปี 2553-ปัจจุบัน และมีการอนุมัติให้นำเข้าอาวุธปืน ตั้งแต่ปี 2550-ปัจจุบัน ว่ามีกี่ชนิดและมีจำนวนเท่าใด

นายกฯมอบหมายให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ เป็นผู้ตอบคำถามแทน โดยตอบกระทู้ถามดังกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษรลงในราชกิจจานุเบกษา มีใจความว่า

คำตอบข้อที่ 1

ขอเรียนว่า จากข้อมูลของ มท.ทราบว่า มท.ได้มีคำสั่งที่ 289/2552 เรื่อง การออกใบอนุญาตร้านค้าอาวุธปืน ร้านประกอบ ซ่อมแซมเปลี่ยนลักษณะอาวุธปืนและกำหนดจำนวนอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนสำหรับการค้า ลงวันที่ 8 ก.ย. 2552 เพื่อวางระเบียบการจำกัดจำนวนร้านค้าอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ร้านประกอบ ซ่อมแซม เปลี่ยนลักษณะอาวุธปืนและจำกัดจำนวนอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืน โดยได้กำหนดให้ร้านค้าอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนแต่ละใบอนุญาตจำหน่ายอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนตามที่กำหนดไว้ดังนี้

1) อาวุธปืนยาวทุกชนิด ทุกขนาด ไม่เกินใบอนุญาตละ 50 กระบอก

2) อาวุธปืนสั้นทุกชนิด ทุกขนาด ไม่เกินใบอนุญาตละ 30 กระบอก

3) เครื่องกระสุนปืน แยกเป็น

-กระสุนปืนลูกโดดทุกชนิด ทุกขนาด ไม่เกินใบอนุญาตละ 2,000 นัด

-กระสุนปืนลูกซองทุกชนิด ทุกขนาด ไม่เกินใบอนุญาตละ 7,500 นัด

-กระสุนปืนลูกกรดทุกชนิด ทุกขนาด ไม่เกินใบอนุญาตละ 10,000 นัด

-กระสุนปืนอัดลมทุกชนิด ทุกขนาด ไม่เกินใบอนุญาตละ 30,000 นัด

ในการติดตามการจำหน่ายเครื่องกระสุนปืนนอกจากการกำหนดหลักเกณฑ์ในการพิจารณาอนุญาตให้ร้านค้าจำหน่ายเครื่องกระสุนปืนต่อใบอนุญาตได้ตามจำนวนดังกล่าวข้างต้นแล้ว ร้านค้าที่ได้รับอนุญาตจะต้องรายงานยอดอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนที่คงอยู่และที่จำหน่ายไปให้นายทะเบียนท้องที่ทราบทุกเดือนตามแบบ ป.8 (แบบบัญชีสำหรับลงรายการยอดอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนของผู้รับใบอนุญาต) รวมทั้งมีการแต่งตั้งคณะทำงานตรวจติดตามการจำหน่ายอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ไปดำเนินการตรวจสอบเป็นประจำทุกเดือน นอกจากนี้กระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการจัดท

โครงการฐานข้อมูลทะเบียนอาวุธปืนในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-service) ซึ่งระบบดังกล่าวสามารถตรวจสอบข้อมูลติดตามการจำหน่ายกระสุนปืนได้อย่างเป็นระบบทั่วประเทศ และตั้งแต่ปี 2550-2554 ร้านจำหน่ายกระสุนปืนได้แจ้งจำนวนการจำหน่ายกระสุนปืนแต่ละประเภทดังนี้

-กระสุนปืนลูกโดด จำนวน 263,272 นัด

-กระสุนปืนลูกซอง จำนวน 1,218,389 นัด

-กระสุนปืนลูกกรด จำนวน 557,900 นัด

-กระสุนปืนอัดลม จำนวน 1,260,000 นัด

คำตอบข้อที่ 2

ขอเรียนว่า จากข้อมูลของ มท.ทราบว่า มท.ไม่มีนโยบายใช้บาร์โค้ดกำกับการซื้อขายกระสุนปืน แต่มีโครงการจัดเก็บข้อมูล หัวกระสุนปืนเพื่อเก็บเป็นฐานข้อมูลประวัติอาวุธปืนที่นายทะเบียนได้ออกใบอนุญาตให้ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 โดยการนำอาวุธปืนที่ได้รับอนุญาตไปทำการยิงเก็บหัวกระสุนปืนและปลอกกระสุนปืน

จากนั้นนำไปบันทึกข้อมูลด้วยเครื่องตรวจหัวกระสุนปืนและปลอกกระสุนปืนอัตโนมัติ IBIS (Integrated Ballistic Identification System) สำหรับใช้ในการตรวจสอบประวัติการกระทำผิดเพื่อเป็นการสนับสนุนการสืบสวนสอบสวนและการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมของเจ้าหน้าที่ตำรวจและสอดคล้องกับภารกิจของ มท.ในการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงภายใน

สำหรับสถิติจำนวนร้านจำหน่ายปืนและหลักเกณฑ์การพิจารณา มีดังนี้

1) มท.ได้มีคำสั่งที่ 109/2535 เรื่อง การออกใบอนุญาตร้านค้าอาวุธปืน ร้านประกอบ ซ่อมแซม เปลี่ยนลักษณะอาวุธปืน และกำหนดจำนวนอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนสำหรับการค้า ลงวันที่ 10 ก.พ.2535 โดยจำกัดการเพิ่มร้านค้าอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และร้าน ประกอบ ซ่อมแซม เปลี่ยนลักษณะอาวุธปืนมิให้เพิ่มจำนวนขึ้น และหากเห็นสมควรให้ลดจำนวนลงได้

2) มท.ได้มีคำสั่งที่ 289/2552 เรื่อง การออกใบอนุญาตร้านค้าอาวุธปืน ร้านประกอบ ซ่อมแซม เปลี่ยนลักษณะอาวุธปืน และกำหนดจำนวนอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนสำหรับการค้า ลงวันที่ 8 ก.ย.2552 ยกเลิกคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ตามข้อ 1)

ดังนั้น ก่อนที่จะมีคำสั่ง มท.ที่ 109/2535 ลงวันที่ 10 ก.พ.2535 จำกัดการขออนุญาตตั้งร้านค้าอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนนั้น มีจำนวนร้านค้าที่ได้รับใบอนุญาต จำนวน 335 ใบอนุญาต

และหลังจากที่มีการออกคำสั่ง มท.ที่ 289/2552 ลงวันที่ 8 ก.ย.2552 สามารถขอใบอนุญาตร้านค้าอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนได้ มีจำนวนร้านค้าที่ขอออกใบอนุญาตเพิ่มขึ้น จำนวน 167 ใบอนุญาต

รวมถึงปัจจุบัน มีร้านค้าที่ได้รับใบอนุญาต จำนวนทั้งสิ้น 502 ใบอนุญาต แยกเป็นในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 381 ใบอนุญาต ในจังหวัดอื่น จำนวน 121 ใบอนุญาต โดยมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาออกใบอนุญาตให้บุคคลทำการค้า จำหน่ายประกอบ ซ่อมแซมเปลี่ยนลักษณะอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ตามคำสั่ง มท.ที่ 289/2552 ลงวันที่ 8 ก.ย.2552

คำตอบข้อที่ 3

ขอเรียนว่า จากข้อมูลของ มท.มีดังนี้

1. ปัจจุบันอาวุธปืนที่อนุญาตให้บุคคลครอบครองทั่วประเทศมี 2 ประเภท คือ

1.1 อาวุธปืนสั้น จำนวน 3,744,877 กระบอก

1.2 อาวุธปืนยาว จำนวน 2,476,303 กระบอก

รวมจำนวน 6,221,180 กระบอก

2. มีการอนุมัติให้นำเข้าอาวุธปืนตั้งแต่ปี 2550-ปัจจุบัน จำนวน 2 ชนิด คือ อาวุธปืนสั้น และอาวุธปืนยาว จำนวนทั้งสิ้นแยกเป็นรายปี ดังนี้

2.1 ปี 2550 จำนวน 61,112 กระบอก แยกเป็น

-อาวุธปืนสั้น จำนวน 48,063 กระบอก

-อาวุธปืนยาว จำนวน 13,049 กระบอก

2.2 ปี 2551 จำนวน 64,798 กระบอก แยกเป็น

-อาวุธปืนสั้น จำนวน 45,826 กระบอก

-อาวุธปืนยาว จำนวน 18,972 กระบอก

2.3 ปี 2552 จำนวน 35,589 กระบอก แยกเป็น

-อาวุธปืนสั้น จำนวน 15,933 กระบอก

-อาวุธปืนยาว จำนวน 19,656 กระบอก

2.4 ปี 2553 จำนวน 80,730 กระบอก แยกเป็น

-อาวุธปืนสั้น จำนวน 65,193 กระบอก

-อาวุธปืนยาว จำนวน 15,537 กระบอก

2.5 ปี 2554 จำนวน 21,102 กระบอก แยกเป็น

-อาวุธปืนสั้น จำนวน 11,175 กระบอก

-อาวุธปืนยาว จำนวน 9,927 กระบอก

นับเฉพาะปืนถูกกฎหมาย 6.2 ล้านกระบอก จากจำนวนประชากรไทย 63 ล้านคน คำนวณง่ายๆ ก็คือ ทุก 10 คน จะมีปืนถูกกฎหมาย 1 กระบอก นี่นับเฉพาะปืนถูกกฎหมาย ยังไม่รวมปืนเถื่อนและปื่นไทยประดิษฐ์ที่ยังมีอยู่อีกมากมายจนนับไม่ถ้วน !


ที่มา : isaranews


Loading...